ห้ามคัดลอกส่วนหนึ่งส่วนใดจากเว็บแห่งนี้. ขับเคลื่อนโดย Blogger.

Thailand Psychic Telephone Readings

Psychic (จิต) ดวงชาตาในระดับจิต 3

Psychic (จิต) ดวงชาตาในระดับจิต 3


            การเสริมดวง(1) ว่าดวงเรื่องธรรมชาติกับการเสริมดวง เพราะทุกคนอยากดวงดีตลอดเวลา ดวงจิตของเราๆ นั้นมีพลังอยู่แล้วในระดับหนึ่ง มีสมาธิอยู่แล้วในระดับหนึ่ง ไม่ใช่ว่าจะต่อไปหัดนั่งสมาธิถึงจะมีสมาธิได้ แต่ถ้านั่งสมาธิก็จะเป็นการบริหารดวงจิตของตนเองให้นิ่งมากขึ้นแล้วก็ไม่มีอะไรมากไปกว่าการทำให้ตนเองสบายใจจึงไม่ถือเป็นการเสริมดวง เคยมีคนมาให้ทำนายดวงชาตา ถามตอบแบบกัน อย่างน่าสนใจจะเล่าให้ฟังสักนิดนะครับ มีพี่สามคนหนึ่งเป็นแอร์สายการบินต่างประเทศ แล้วได้แฟนเป็นคนต่างชาติมาขอให้พี่หมอทำนายดวงชาตา Psychic Love เรื่องความรักของเธอเพราะเธอกำลังจะโดนแฟนบอกเลิกทั้งๆ ที่ได้จะทะเบียนสมรสกันมาเป็นปีแล้ว


           พี่สาวคนนี้ถามพี่หมอให้ทำนายหลายเรื่องมาก ถึงจะไม่ได้เรียนจบปริญญาตรี แต่ก็ดิ้นรนหางานที่ดีทำในต่างประเทศ เธอถามว่าจะต้องตรวจเลือดไวรัชทุกๆ ปีจะผ่านไหม จะไปขอย้ายเที่ยวบินกับหัวหน้าคนใหม่ผิวดำเขาจะให้ไหม จะดูดไขมันแต่ค่าแพ็กเกจ ราคาสองแสน จะคุ้มไหม ซึ่งทุกอย่างก็ผ่านไปด้วยดีตามที่พี่หมอทำนาย


         แล้วเธอก็ถามถึงแฟนชาวต่างชาติของเธอว่า “เราเธอจริงๆ ไหม” “ทำไมอยู่ๆ ถึงเลิกกับเธอ” ซึ่งคำตอบพี่หมอน่าสนใจมาก เพราะเธอถามพี่หมอว่า


        “แล้วตอนแรกแฟนมาจดทะเบียนสมรสด้วยทำไม”               


           พี่หมอตอบว่า ช่วงที่แฟนมาจดทะเบียนแต่งงานกับเรานั้น เหมือนเป็นช่วงงานบุญบางอย่าง มีวิญญาณตายาย (บรรพบุรุษที่ตายไปแล้ว จะคุ่มครองลูกหลานและถูกปล่อยออกมาเยี่ยมญาติตามช่วงงานบุญต่างๆ โดยเฉพาะสารทเดือนสิบ) มาดลจิตใจแฟนทำให้เราที่อยากให้แฟนขอแต่งงานได้ สมหวังตามความคิดนี้ วิญญาณตายายช่วยเรา ตอนที่แฟนมาแต่งงานเขาสับสน แต่ตายายทำให้เราสมหวัง ( บางคนจะได้อะไรที่คาดไม่ถึงจากการทำบุญให้บรรพบุรุษ หรือเรียกง่ายๆว่า “สิ่งดีๆ เข้ามา” )


           ขอเล่าต่อเนื่องไปอีกเคสหนึ่งให้ฟังนะครับ ถึงพี่ทอมคนหนึ่งโทรเข้ามาขอให้พีหมอทำนายดวงชาตาให้ แล้วพีหมอทำนายหลายๆ เรื่องจนพี่ทอมคนนั้น ตกใจมากเพราะทายถูกหมดทุกเรื่อง แล้วมีคำทำนายหนึ่ง พี่หมอทำนายว่า “มีวิญญาณบางอย่างนำทางเรามาเจอที่นี่ เขาเปิดทางมาให้” พอดูดวงเสร็จ คือนั้นพี่หมอโทรมาคุยยาวกับต่อ มาเล่าให้ฟังว่า “ บ้านหลังนี้พี่พึ่งย้ายเข้ามาไม่กี่วันนี้เอง พี่เห็นศาลตายาขาหักอยู่ พี่เลยไปซ่อมเปลี่ยนใหม่ให้ แล้วอธิฐานบอกไปว่า “ขอให้เจอใครที่ช่วงเขาได้จริงๆ สักทีเถอะ” แล้วก็มาเจอน้องต่อเลยทันทีคืนนั้น เพราะเจอใน Internet โดยบังเอิญเลยลองดูดวง ก็ใช่เลย.

           
อีกเคสหนึ่ง โทรมาดูดวงจากยุโรปกันทั้งครอบครัวเลย (คนไทยในยุโรป)
แม่ ลูกหลายคนมาก โดยคุณแม่ดูดวงก่อน พี่หมอทำนายว่าชีวิตรำบากมาตลอด แต่วิญญาณบรรพบุรุษ วิญญาณตายาย โคตรดีเลย เราไปต่างประเทศยังไม่รู้เลยว่าจะไปทำอะไรยังไง แต่พอไปถึง

ปั๊บ ๆๆๆ มันพาไปเหมือนความฝันเลยหวะ ไปเจอฝรั่ง ฝรั่งถูกใจ ขอแต่งงาน (ทั้งๆที่แก่แล้ว) เลยได้อยู่ต่างประเทศตลอดเลย ตายายตามคุ้มครองตลอดเลย โอ้โหดีมาก ตายาย

คุณแม่ได้ยินก็ตกใจแล้วบอกว่า จริงๆ หมอ มานี่ตอนแรกๆไม่รู้จะอะไรยังไง มาก็เจอแฟนคนนี้ มีฐานะ พาไปเลี้ยงดู สบายไปเลย ยังงงๆ เลย เป็นอย่างพี่หมอบอกจริงๆ พาลูกมาอยู่ด้วยจากไทยด้วย ไม่คิดเลยจะเป็นแบบนี้”


อธิบายคือ ดวงจิตของคนเราจะถูกหนุนในหลายๆ ลักษณะ จากสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่เป็นทั้งพลังจากเทพ เทวดา และดวงวิญญาณต่างๆ การเสริมดวงโดยการทำบุญตามประเพณีของศาสนาจะดีต่อ ดวงชาตาของเราโดยตรง เพราะงานประเพณีต่างๆ จะสอดคล้องกับโลกของวิญญาณที่จะเปิดให้ดวงวิญญาณต่างๆ ออกมารับส่วนบุญ ซึ่งโลกของวิญญาณจะมีลำดับชั้นหลายๆ ระดับ เช่น โลกหลังความตาย ,เมืองผี ,นรก ,สวรรค์ แล้วมีเพียงช่วงเดียวเท่านั้นที่เมืองผีทั้งหลายจะเปิด 100% คือ ช่วงประเพณีงานบุญ สารทเดือนสิบ รับเปรต-ส่งเปรต พวกเขาจะออกมาบางส่วนในช่วงเข้าพรรษา แล้วช่วงรับเปรต ประตูต่างๆ จะเปิดมาหมดสิ้น แล้วก่อนที่เข้าจะกลับในช่วง ส่งเปรต ซึ่งจะอยู่ในช่วงก่อนออกพรรษา เขาจะให้พลังบางอย่างแก่ลูกหลายที่ทำบุญให้เขา ซึ่งเป็นพลังที่จะเสริมดวงจิตเขาเรามากมาย พอออกพรรษาไปเหล่าเทวดาที่จำศีลไปนั้นจะลงมาอีก เสริมให้ผู้ร่วมบุญดวงจิตจะมีพลังเพิ่มขึ้น (งานบุญอันนี้ จะสำคัญมากกับ หมอไสยศาสตร์ และบุคคลทั่งไป)  


            ทั้งนี้ ทั้งนั้น มิใช่เพียงแต่งานบุญสารทเดือนสิบเท่านั้นที่พวกเขาจะออกมา ที่สำคัญไม่แพ้กันคือช่วงงานบุญสงกรานต์ (เมืองผีและนรก เปิดออกบางส่วน) และยังมีงานบุญอื่นๆ เช่น ตรุษจีน วันสารทต่างๆ เข้าพรรษา เวียนเทียน การไหว้ครูบาอาจารย์ ฯลฯ (ช่วงสารทเดือนสิบเมืองนรกจะออกมาทั้งนรก ญาติๆ ของใครคนไหนใช้กรรมอยู่ในนรกส่วนที่ลึกที่สุดก็จะถูกปล่อยออกมาปีละครั้งในช่วงนี้เหละ) ซึ่งการทำบุญจะแยกใหญ่ๆ ก็คือ การทำบุญกับผี และการทำบุญกับเทวดา นั่นเอง ทั้งหมดนี้คือความเข้าใจเรื่องการทำบุญให้ “เสริมดวง”
                                                                                               

                                                                                    ต่อ พุฒาเวทย์

Psychic (จิต) ดวงชาตาในระดับจิต 2

Psychic (จิต) ดวงชาตาในระดับจิต 2


        จิตแห่งดวงชาตาถูกปกป้องเสมอจากสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ดวงจิตวิญญาณบรรพบุรุษต่างๆ ของบางคนจะต่อต้านการทำนายดวงชาตาของหมอดู เขาจะบังทำให้การทำนายคลาดเคลื่อนได้ จิตทำนายหรือศาสตร์ใดๆ ถ้าไม่เชี่ยวชาญเก่งกาจจริงๆ คำทำนายอาจเกิดการคลาดเคลื่อนได้ (สิ่งศักดิ์สิทธิ์เหล่านั้นจะปกป้องดวงชาตาจากสิ่งไม่ดีต่างๆด้วย รวมทั้ง การเงิน การกิน การตาย เป็นต้น) ทั้งนี้ดวงวิญญาณต่างๆ ที่คุ้มครองคนของบางคนจะนำทางให้คนคนนั้นเจอสิ่งดีๆ สอดคล้องกับความคิดของคนคนนั้น อาทิเช่น ถ้าคุณเคยคิดอะไรในใจแล้ว อาจจะเป็นเรื่องต่างๆ ภาพต่างๆ ที่จินตนาการขึ้นมา และอีกสักพักก็พบเจอเหตุการณ์นั้นจริงๆ ผมจะยกตัวอย่างให้ฟัง เพื่อนต่อที่มหาลัยคนหนึ่ง มาเล่าให้ต่อฟังว่า เขาเป็นนักศึกษามาจากต่างจังหวัด มีเพื่อนสนิทสมัยมัธยมและนานมากแล้วที่ไม่ได้เจอกัน แล้วมีวันหนึ่งเขานั่งใจลอยอยู่ในหอพักในวันที่ไม่มีเรียน (ห้องเขาอยู่ชั้น 12 ห้องต่ออยู่ชั้น 11) แล้วใจก็นึกถึงเพื่อนสมัยมัธยมขึ้นมาในวินาทีนั้น และนาทีนั้นเองเพื่อนสมัยมัธยมคนนั้นโทรมาพอดี (ในรอบหลายๆปี)

            เขามาเล่าให้ต่อฟังเพราะแปลกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ถ้าคุณเรียกมันว่าความบังเอิญ สิ่งที่ต่อจะอธิบายคือโครงสร้างของ “ความบังเอิญ”

            อีกเคสหนึ่ง เพื่อนต่ออีกคน (เป็นประธานชมรมเกี่ยวกับดวงดาวปีที่แล้วออก TV ด้วย ต่อเคยเป็นรองประธาน)  นั่งคุยกันกับต่อ “ต่อ เรานะ ถ้าเราคิดนึกอะไรสักอย่างนึงนะ อีกสองสามวันเราจะเห็นสิ่งนั้น”
คิดอะไรแล้วเจอมาบ้างหรอ

“วันก่อนนะเราคิดว่าพวกเด็ก ป.1 เดี๋ยวนี้เรียนหนังสือแล้วพกหนังสือไปเรียนเยอะมาก เราเลยนึงว่าวันนึงจะต้องมีเด็ก ป.1 เอาหนังสือใส่กระเป๋าเดินทาง ที่มีล้อเลือนลากไปเรียนแน่ๆ เลย แล้วเราก็เจอภาพเด็กคนหนึ่งลากกระเป๋าไปโรงเรียนแบบนั้นแป๊ะเลย”

“พอเราคิดเหตุการณ์อะไรมันจะมาเกิดตรงหน้าเราอีกไม่กี่วันตลอดเลยแก”

อธิบายคือ จิตแห่งดวงชาตาจะมีพลังบางอย่าง ทั้งยังมีอิทธิพลมาจากดวงจิตที่คอยสนับสนุนอย่างเช่น บรรพบุรุษ ที่กล่าวมาข้างต้นแล้วนั้น เมื่อเจ้าแห่งดวงชาตาคิดอะไรแล้ว จิตจะนำไปสู่ ความสมปรารถนา” ทำให้เจ้าแห่งดวงชาตาสมหวังในสิ่งที่คิด ทั้งนั้น ทั้งนี้จิตของคนบางคนยังได้รับอิทธิพลจากดวงวิญญาณ สิ่งศักดิ์สิทธิ์ ที่คุ้มครองทำให้พบเจอแต่สิ่งดีๆ สมหวังในสิ่งที่คิด ซึ่งชีวิตคนจะใช้จิตในไม่กี่ลักษณะเช่น จิตแห่งความรัก (Psychic Love) จิตการงาน  หรือทุกเรื่องที่เขาและเธอคาดหวัง และไม่ได้คาดหวัง(โชคลาภ) นั่นเอง

“ เขาสร้างมาแล้วตั้งแต่เกิด “ ในระบบใหญ่ที่ซับซ้อน ว่าดวงจิตนั้นๆ เมื่อดำรงชีวิตแล้ว จะใช้ดวงจิตในเรื่องต่างๆ มากน้อย ในทุกๆ เรื่อง หรืออุดมสมบูรณ์ในทุกๆ เรื่องเลยกระนั้น บางคนร่ำรวยแต่ความรักไม่ดี บ้างความรักดีแต่ยังต้องดิ้นรน หรือไม่ดีสักเรื่อง หรือดีบ้างไม่ดีบ้างในทุกเรื่อง บ้างอุดมสมบูรณ์ในวัยรุ่นแต่พอกลางคนกลับต้องดิ้นรน ชีวิตติดๆ ขัดๆ ฯลฯ.

เมื่อจิตและดวงจิตรอบๆ ตัวทำให้เรามุ่งไปสู่ “ความสมปรารถนา” แปลว่าทุกๆ คนจะต้องสมปรารถนาหมดใช่ไหม.... ป่าวเลยแต่จิตมันส่วนผสมของพลังที่สะสมไว้ทั้งในแบบที่ดีและไม่ดี (จะอธิบายแบบกรรมดี กรรมชั่ว บุญ บาป ก็ไม่ผิด) ซึ่งทำให้ดวงจิตนั้นๆ มีทั้งคิดอะไรแล้วสมหวัง มีทั้งคิดอะไรแล้วไม่สมหวัง บ้างก็คลาดเคลื่อนไปเรื่อย อย่างเพื่อนต่อที่เล่าให้ฟังข้างต้นนั้น เขาคิดเล่นๆ ว่าเดี๋ยวจะมีเด็ก ป.1 เดินลากกระเป๋าใหญ่ๆ มีล้อแน่ๆ กลับเจอจริงๆ ในช่วงเวลาติดๆ กัน แต่เรื่องชีวิตเขาที่อยากประสบความสำเร็จ ร่ำรวย มันกลับครึ่งๆ กลางๆ แถมยังมีปัญหาเรื่องบัตรเครดิตอีกต่างหาก ชมรมที่ทำมาเกิน 15 ปีนั้น ปีที่แล้ว(2014) อยู่ๆ ก็มีคนติดต่อมาให้ไปออกรายการ TV ชื่อดัง เป็นสิ่งที่เขาไม่เคยคาดคิด

“ ต่อๆ วันนี้มีคน inbox มาชวนเราไปออกรายการแฟน.....เราว่าจะไป ไม่รู้จะตกรอบป่าวแก 555 ”  
เอาหละมันคือช่วงดวงขึ้นของเพื่อนผม ถ้าจะอธิบายตามดวงชาตาเขานะครับ  (เพราะพี่หมอเคยทำนายว่าดวงเพื่อนต่อคนนี้จะไปข้างหน้าอีก) 

จิตบางคนเวลาวางแผนอะไรแล้วมักจะคลาดเคลื่อน หรือช่วงชีวิตหนึ่งวางแผนอะไรมักจะเป็นไปตามแผนเสมอๆ แต่พอมาอีกช่วงชีวิตหนึ่งกลับไม่สมหวังอะไรเลย คลาดเคลื่อนไปหมด ถึงขนาดทำให้จิตตนเองอยู่ในสภาวะที่เรียกว่า “จิตวุ่นวาย” เพราะ ใช้จิตคาดหวังเรื่องการเงิน การเงินก็คลาดเคลื่อน ใช้จิตคาดหวังเรื่องความรักก็คลาดเคลื่อน ความสัมพันต่างๆ แม้แต่การคาดหวังประจำวันก็ยังคลาดเคลื่อนไปหมด มีแบบนี้จริงๆ พลังของดวงจิตหายไปไหนหมด เขามีกรรมหรอ หรือวาสนาไม่ดี หรือโดนของ ฯลฯ .... คำตอบเหล่านี้สามารถ ทำนายหาคำตอบได้แบบ Psychic Reading ที่นี่ที่เดียวครับ

เมื่อดวงชาตา ดวงจิต ของเรามันไม่ได้ดั่งใจ ชีวิตมันไม่ไปไหนกี่ปี กี่ปี ก็ยังอยู่กับที่ นั่งนึกอยู่ตลอดเวลาว่า

“เมื่อไหร่จะรวยสักทีว้า”

   จิตที่ไร้พลัง เป็นจิตที่ไร้วาสนา แล้วเราอยากดวงดีตลอดเวลา อยากเฮง ๆ ตลอดปี  ผมอยากให้คุณเรียนรู้กันต่อไปอีกเรื่อง “ การเสริมดวง ” ที่ Psychic (จิต) ดวงชาตาในระดับจิต 3           
          

                                                                        ต่อ พุฒาเวทย์

Psychic (จิต) ดวงชาตาในระดับจิต (1)

Psychic (จิต) ดวงชาตาในระดับจิต (1)


     ดวงโดยทั่วไปจะหมายถึง ดวงดาว (มีความเชื่อว่าการเคลื่อนที่ของดวงดาวสามารถอธิบายชีวิตคนได้) แต่การอธิบายชีวิตคน และดวงชาตาของคนในระดับจิตนั้น ดวงในที่นี่จึงหมายถึงดวงจิต (Psychic)

       การอธิบายโดยการวิเคราะห์ดวงชาตาโดยดวงดาวนั้น หมอดูสามารถฝึกหัดศึกษากันเองได้จากตำรับตำราแล้ว ก็มีความสามารถแตกต่างกันไปอีกด้วย หมอดูสองคนอาจทายเรื่องเดียวกันไปคนละทิศทางก็ได้ ดวงเกิดที่ตรงกันอาจมีแนวโน้มที่คำทำนายที่ตายตัวจะออกมาเหมือนกันเหมือนโปรแกรมคอมพิวเตอร์อีกด้วย

            Psychic Reading ดวงชาตาในระดับจิตมีแนวทางที่แตกต่างออกไป ลึกซึ้ง โดยผู้ทำนายจะฝึกฝนดวงจิตตนเอง หรือดำรงตนอยู่ในลักษณะของสิ่งศักดิ์สิทธิ์ (เช่นร่างทรง ฤษี พระ หรือคนที่มีของดี ) ทำให้มีจิตที่เหนือกว่าคนทั่วๆไป จึงสามารอ่านดวงจิตของคนอื่นๆ บางท่านใช้พิธีการทางไสยศาสตร์ในการเจาะดวงจิต(เช่น พี่หมอ) จึงทำให้การหยั่งรู้ในการทำนายได้แบบทะลุมิติเลยทีเดียว ในภาษาอังกฤษจึงเรียกว่า “Superstition” ผู้ทำนายจะต้องมีจิตที่เหนือกว่าเป็นผู้ประเสริฐ เป็นไสย ที่แตกแขนงในการใช้จิตในเรื่องต่างๆ ได้ จนกลายเป็นศาสตร์ที่เรียกว่า “ไสยศาสตร์”

          เมื่อจิตยังผสานกับกายเนื้อ(ยังมีชีวิต) ในการกระทำกิจกรรมทุกๆ อย่างของคนจะต้องใช้จิตในการกระทำกิจกรรมนั้นๆ เสมอ อย่างเช่น การคิด การโกรธ การรัก การเจ็บปวด มีความสุข พอใจ สนุก ฯลฯ ผสมผสาน กันไปทุกวินาที ตลอดชีวิตของคน ผสมผสานกันออกมาเป็นพฤติกรรมของคนนั้นๆ เช่น นายA อายุ 35 ปี มีความคิดในใจตลอดเวลาว่า เมื่อไหร่จะรวยว้า... แต่ไม่เคยพูดออกมา แต่ก็ยังแต่งตัวภูมิฐานถ่ายรูปติดร้านอาหารหรูๆ เคสแบบนี้เคยมีผู้หญิงที่มีผู้ชายมาจีบเอารูปผู้ชายมาให้เว็บผมดู คือผู้หญิงอยากทราบว่าผู้ชายมีฐานะไหม พี่หมอเขาทำนายได้ถึงขนาดว่า ผู้ชายยังเครียดเรื่องการเงินแถมมีหนี้อีก คนจะดูภายนอกไม่ออกหาว่าเขารวย เห็นถึงขนาดที่ว่าเขามีลูกเมียแล้วด้วยซ้ำ ตามดวงชาตาเขา

เพราะจิตเขากังวนเรื่องเงิน คิดถึงหนี้สิน กระบวนการแบบนี้ทำให้ร่างกายเกร็งในบางส่วนเพื่อประกอบกับภาพในสมองเกี่ยวกับหนี้สิน (จิตกับกายผสานกันตลอดเวลา) ในช่วงระยะเวลานั้นจะปล่อยจิตในลักษณะ “การกังวนเรื่องเงิน” ออกมา ผู้ทำนายแบบ Psychic Reading จะสามารถอ่านจิตแบบนี้ได้อย่างแม่นยำ นี้คือกระบวนการย่อๆ ในการทำนายแบบ Psychic Reading


                                                                                         ต่อ พุฒาเวทย์

วาสนา

วาสนา

        วาสนาคือความเป็นไปของดวงจิต ชีวิตที่ดีไม่ดีนั้นขึ้นอยู่กับวาสนาของคนคนนั้น คนเราตามดวงชาตาแล้ว โดยธรรมชาติของดวง ดวงจะขึ้นครั้งหนึ่งจะไม่เกิน 3 ปี ถึง 5 ปี ติดต่อกันและจะไม่ขึ้นตลอดทั้งชีวิตนะครับ จะมีกำหนดเวลาช่วงที่ดวงขึ้นของคนนั้น จะเป็นช่วงที่เรียกได้ว่า “ช่วงหมดเวร หมดกรรม” ก็ได้เจ้าของดวงชาตาจะทำมาหากินคล่อง เป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการคาดหวังอะไร จะมีแนวโน้ม ไขว่คว้ามาได้ หรือจะเรียกได้ว่า “ช่วงดวงรุ่ง”

            คุณเคยเห็นหรือได้ยินใครบางคนที่มีประสบการณ์ชีวิตพูดว่า “คนเรามีขึ้น ก็ต้องมีลง” ไหมครับ แทบทุกๆ วงการ ดารา นักร้อง นักกีฬา หรือนักธุรกิจ ตลอดจนบุคคลทั่วๆ ไป คนที่มีประสบการณ์ชีวิตหน่อยจะทราบได้ว่าผมกำลังจะหมายถึงอะไร เมื่อคุณเคยทำบุญมามากชาติที่แล้ว ชาตินี้เมื่อถึงช่วงดวงขึ้น คุณก็จะได้พบเจอสิ่งดีๆ มากกว่าคนที่ทำบุญมาน้อยกว่าเป็นเรื่องปกติ แต่กระนั้นยังมีตัวแปรอื่นๆ อีกมากมายในชีวิตคน ที่เป็นตัวกำหนด ชี้นำชีวิต การริเริ่มที่จะทำอะไรเพื่อให้ชีวิตดีขึ้น ควรเริ่มตอนดวงขึ้นจะเป็นการดีที่สุด สำนักพุฒาเวทย์แห่งนี้สามารถทำนายดวงชาตาตรงนี้ได้ บางคนวาสนาดีเพราะมีของดีติดตัวมาแต่เกิด บางคนเกิดมาบนกองเงินกองทอง บ้างก็มีรูปเป็นทรัพย์ สุดแล้วแต่ อย่างบางคนมีของดีติดตัวเสริมดวง ล้างกรรมให้ตนเอง จนร่ำรวย อย่างนี้ก็มี ชีวิตคนหลากหลายมาก


                                                                                          ต่อ พุฒาเวทย์

“ราศีกับเจ้าที่”

ดวงความรัก สมหวัง ยั่งยืน (2)

          คาถาราศี บางอย่างนั้น นอกจะทำให้ชีวิตคุณดีขึ้น และถือเป็นการเสริมดวงอย่างหนึ่งก็ได้แล้วนั้น คาถาที่ครูบาอาจารย์ลงไปให้ยังจะมีผลที่จะทำให้ เกิดโชคลาภ โชคดี ต่างๆ มากกว่าคนธรรมดา ที่ใช้ชีวิตตามดวงปกติ บางคนทำราศีให้กับตัวเองเรื่องความรัก แต่อยู่ๆ ที่ดินของตนเองที่ประกาศขายมาสิบปีแล้วยังขายไม่ได้ กลับขายได้ บางคนทำราศีไปแล้วเดินไปเจอเงินข้างถังขยะในห้างฯ (ทำราศี 2 ครั้งเจอเงินหมื่นกว่าบาททั้งสองครั้ง) บางคนค้าขายดีขึ้นจนน่าแปลกใจ ทำไมถึงเป้นอย่างนั้น เหตุผลก็คือ......

            คุณเคยได้ยินเรื่องเจ้าที่ไหมครับ เจ้าที่เจ้าทางนะหละ เขาเป็นใคร? เขาคือคนที่แก่ตายในพื้นที่นั้นๆ เป็นคนแรก (ถ้าตายโหงเป็นคนแรกเจ้าที่จะไม่ดี กินดวงคนอาศัย) อีกลักษณะหนึ่งก็คือ วิญญาณบรรพบุรุษของตัวคุณ(คนใต้เรียกว่า ตายาย) ที่ตามคุ้มครองลูกหลานอยู่ใกล้ๆ ตลอดเวลา ตลอดจนวิญญาณตามข้างถนนหนทางที่ตายโหงเดินวนไปวนมายังไม่ได้ไปเกิด หรือวิญญาณที่ดำรงอยู่ด้วยกิเลสแรงอาฆาตหลบหนีสุขติ วนเวียนอยู่ก็ดี และอีกหลายๆ ลักษณะการดำรงอยู่

            เมื่อคนมีของดี ได้เสริมราศีจากครูบาอาจารย์ในตัวแล้วนั้น เมื่อเดินทางไปไหนนอกจากคนจะปรารถนาดีแก่ตน คู่ครองหลงใหล แล้วยังส่งผลถึงเจ้าที่ เจ้าทาง ณ. สถานที่ ที่เราไปยังช่วยส่งเสริมตัวเราด้วย (ภาษาไสยศาสตร์เรียกว่า เจ้าที่เปิดทาง) ดวงชาตาคนโดยปกติแล้วนั้นเมือลองสังเกตุดู เมื่อเดินทางไปบางแห่ง หน้าตาตนเองสดใส แต่เมื่ออยู่อีกสถานที่หน้าตาจะหมองกว่า เหตุนี้เกิดจากว่า เจ้าที่เจ้าทางบางแห่งเปิดทางให้ แต่บางแห่งไม่เปิดทางให้ คนที่มีของดี ของขลัง (ของขลังแท้ๆ) ไม่ว่าจะสายราศี สายแคล้วคาดคงกะพัน หรือสายโชคลาภการเงิน ที่ส่งผลออกมาได้ก็เพราะ คาถาในของขลัง เมื่อเจ้าที่ เจ้าทางเห็นก็จะช่วยส่งเสริมเปิดทางให้ ให้ได้โชคลาภ ให้ได้แคล้วคาด ให้ราศีเราสง่างาม นั่นเอง
                                                                           
                                                                                      ต่อ พุฒาเวทย์    

ดวงความรัก สมหวัง ยั่งยืน

ดวงความรัก สมหวัง ยั่งยืน (1)

            ดั่งที่ผมเกริ่นไปบ้างแล้วนั้นในบท “ความเป็นไป ไสยะ และดวงชาตา”  เกี่ยวกับความรัก จะขยายความต่อไปอีกนิดให้นะครับ ในบท “ความเป็นไป ไสยะ และดวงชาตา” ผมสรุปว่า หน้าตาสถานะของคนอาจจะทำให้คุณสมหวังเรื่องความรักได้ชั่วขณะหนึ่งได้ แต่ความรักที่ยั่งยืนนั้นต้องมีคนที่ดวงจิตสมพงษ์กับเรา นอกจากนั้นดวงจิตของเราต้องไรจิตของเจ้ากรรมนายเวรที่แรงกล้ามาลบกวนเป็นพื้นฐานอยู่แล้วด้วย จะทำให้ความรักนั้น สดใส ยั่งยืน เชื่อหรือป่าวว่า โหราศาสตร์ที่บอกว่า วันเดือนปี นี้ไม่เข้ากัน ในหลายๆ ครั้ง ดวงที่ขัดแย้งกันตามวันเกิด กลับเป็นคู่อยู่กันยาวนานเรียกได้ว่าเป็น “คู่ชีวิต” ไม่ใช่คบๆ เลิกๆ เป็นช่วงๆ ที่อาจจะใช้แค่รูปร่างหน้าตา สถานะในการดึงดูดกัน เท่านั้น แต่ถ้าคุณมีจิตรักใครเกิดขึ้นเมื่อไหร่ แล้วต่อมาต้องเลิกกับคนรักตลอดเวลานั้น ดวงคุณมีปัญหาด้วยสาเหตุข้างต้นแล้วหละ


            แล้วคนที่จะเป็นคู่ชีวิตกัน จะต้องเป็นเนื้อคู่กันทุกคนใช่ไหม คำตอบคือไม่ใช่ ดวงคนเรามีหลากหลาย การที่จิตเราจะสมพงษ์กับคนนั้นๆ ไม่ว่าจะเป็นในแง่ของ การทำงานกับเพื่อนร่วมงาน กับพ่อแม่ กับพี่น้อง รวมทั้งคนรัก จะต้องสมพงษ์กับเราถึงจะไม่มีปัญหา จะไม่ต่อต้านกันในแง่ของดวงจิต (บางครั้งตรรกะก็ไรเหตุผลที่จะอธิบายว่า เหตุใดคนสองคนถึงเข้ากันไม่ได้ หรือได้แค่บางช่วง) บางคนเป็นแฟนกันคบกันได้หลายปี แต่สุดท้ายก็ต้องเลิกรากันไป อาจเป็นเพราะดวงเขาสมพงษ์มาแล้วช่วงหนึ่งและผ่านช่วงนั้นมาแล้ว ดวงชาตาอีกฝ่ายไปสมพงษ์กับคนใหม่มากกว่า ก็เป็นได้ ในทางสังคม กรณีเลิกลากันมีหลายหลายปัจจัยมาก ดวงชาตาก็เป็นเหตุหนึ่ง ซึ่งต้องดูกันแล้วแต่กรณีไป ในศาสตร์ ”ไสยะ ทำนายทายทัก สำนักพุฒาเวทย์” สามารถทำนายได้ถึงสาเหตุนั้นๆ แบบเจาะจง อาจเช่น โดนทำของ ราศีดีกว่าเรา บ้านที่เราอยู่มีของไม่ดีบางอย่าง เป็นต้น ตลอดจนแนะนำให้อยู่ด้วยกันอย่างราบเรียบสมพงษ์ หรือเรียกให้คนรักกลับคืนมา 

          ในทางสังคมอีกเช่นกัน กระนั้นจะให้คนเรารอแต่เจอเนื้อคู่ของตนก็ใช่เรื่อง บางคนคบหากันหลายปี สร้างบ้านเงินผ่อน ผ่อนรถ ลงทุนร่วมกันหลากหลาย อยู่ๆ จะให้เลิกลากันไปง่ายๆ โดยใช้เหตุผลว่าถือว่าดวงไม่สมพงษ์กันแล้วก็ไม่ถูกต้องตามวิถีของชีวิตมนุษย์เท่าใดนัก คำว่าปลง มันฟังดูดีและใช้ได้ก็จริง แต่จริงและใช้ได้สำหรับบางคนเท่านั้นจริงไหมครับ ก็ต้องแก้ปัญหากันหลากหลายวิธี ไสยศาสตร์ก็เป็นอีกวิธีหนึ่งถ้าคุณมีความเชื่อทางด้านนี้อยู่ พูดถึงไสยศาสตร์ ผมมีเรื่องเล่า ถือว่าเป็นกรณีศึกษาสั้นๆ นะครับ

มีทหารเกณฑ์คนหนึ่ง ไม่หล่อเลยสักนิด หน้าเป็นสิว ตัวดำๆ แต่เป็นแฟนกับลูกนายทหารใหญ่คนสวย แบบว่าสวยเลยหละ ผู้หญิงถึงกับจะฆ่าตัวตาย ถ้าทหารเกณฑ์คนนี้ไม่ไปหา ฟังดูแล้วอาจจะเป็นเรื่องปกติ พี่หมอดูดวงให้แล้วบอกว่า
“ผู้หญิงคนนี้จะฆ่าตัวตายจริงๆ ถ้าทหารเกณฑ์ไม่ไปหา แบบนี้อันตรายนะ“
“ทหารเกณฑ์ มีของดี มีคนแก่ให้ของขลังมหาเสน่ห์บางอย่างกับมัน ทำให้มันราศีดี ถูกใจเพศตรงข้าม ทำให้ดวงเหนือกว่าผู้หญิง ถ้ามันไม่ไปหา เด็กผู้หญิงคนนี้ฆ่าตัวตายได้นะ”
พี่หมอต้องใช้พิธีไสยศาสตร์ ทำให้ของขลังของทหารเกณฑ์คนนั้นเสื่อม (ต่อ ขอเล่าย่อๆ) พอของดีของทหารเกณฑ์คนนั้นเสื่อม จิตใจของผู้หญิงถึงเริ่มดีขึ้น อิทธิพลจากผู้ชายก็น้อยลง  กรณีแบบนี้ดวงไม่ต้องสมพงษ์ อะไรกันเลย เพราะอีกคนมันเล่นของ(มีของดี) ทำให้คู่รักลืมมันไม่ได้ นอนหลับก็คิดถึง ตื่นนอนก็คิดถึง ต้องเจอให้ได้ อาจอยู่ในช่วงจิตอ่อนด้วย
            จากกรณีนี้ผมกำลังบอกว่าไสยศาสตร์ของขลังเสน่ห์ มหานิยมบางอย่าง จะมีผลกับความรักและ เพศตรงข้ามด้วย นอกจากดวงสมพงษ์แล้ว

อีกกรณีนะครับ
          ต่อเคยเขียนเรื่อง ราศี ใน Puthsaiyavej.Bloggang.com  หลายคนอาจจะได้ได้อ่านไปแล้วนะครับ ผมคงจะไม่เอาเรื่องเก่ามาเล่าใหม่ ถ้าใครอยากอ่านซ้ำก็สามารถเข้าไปใน Bloggang ได้เลยครับ ตรงนี้ผมจะเขียนเรื่อง....

“ราศีกับความรัก”

          อีกอย่างหนึ่งในทางไสยศาสตร์นั้น การที่คนเราจะมีแรงดึงดูดกับคนอื่นๆ รวมทั้งคู่รักของเราด้วย ซึ่งเป็นแรงดึงดูดประเภทที่ดีที่จะทำให้คนรอบๆ ตัวเราปรารถนาดีกับเรารวมทั้งคนที่เรารักด้วย(ในทางธรรมะคือจิตเมตตา กรุณากับเรานั่นเอง)
            คุณคิดว่าคนที่ หล่อ หรือ สวย ทุกคนเขาจะได้รับความเมตตา ปรารถนาดี จากคนทั่วๆ ไปรึป่าวครับ ผมไม่มีคำตอบที่แน่นอนให้นะครับ แต่คำว่าหล่อ สวย เป็นเรื่องของยุค สมัย และตีความรำบากเพราะมันอยู่ที่ความชอบของคนที่จะตอบคุณ ว่าเขาชอบคนหล่อ คนสวย แบบไหน อย่างพระเอกหนังคนเดียวกัน ถ้าถามผู้หญิงหลายๆคนว่าหล่อไหม คุณจะได้คำตอบที่หลากหลายแน่นอน จริงไหมครับ
เอาหละที่ลึกซึ้งกว่าคำว่า “สวย” คำว่า “หล่อ” นั้น คือ “ราศี” นั่นเอง เพราะในทางไสยศาสตร์ จะมีการเสริมราศีกันเยอะมาก อย่างเช่น เสกแป้ง เสกน้ำมัน ลงนะ ของขลังต่างๆ  ฯลฯ.  (เป็นการเสริมดวงอย่างหนึ่ง)
สง่าราศี ทำให้คุณดูดีได้ ซึ่งไม่ได้จำแนกตามคำว่าสวยหรือหล่อ แต่ทรงอิทธิพลมาก ผมจะเล่าอะไรให้ฟังอีกสักอย่าง

เคยมีนักศึกษาคนหนึ่งเป็นผู้ชายมาดูดวง เขาพึ่งข้ามหาลัย อยู่ระหว่างการรับน้อง ปัญหาของเขาคือ โดนรุ่นพี่แกล้ง และแกล้งเยอะกว่าคนอื่นๆ จริงๆ การถูกแกล้งจากรุ่นพี่ในการรับน้องเป็นเรื่องปกติ แต่กรณีของนักศึกษาคนนี้ต้องใช้คำว่า “กลั่นแกล้ง” ทำไมถึงเป็นอย่างนั้น
พี่หมอบอกว่า “ราศี” ของ น.ศ. คนนี้ไม่ดี พวกรุ่นพี่มองดูราศีเขาแล้ว อยากกลั่นแกล้งซ้ำเติม แบบว่า มองหน้าแล้วไม่ชอบหน้า อยากจะจับมาแกล้งตลอดเวลา นศ. คนนี้เครียดมาก พี่หมอเลยให้เอาแป้งมาปลุกเสก พี่หมอลงคาถาที่แป้ง เป็นการสวดราศี ทำราศี ลงคาถาราศีที่แป้ง แล้วให้นักศึกษาคนนี้ไปทาหน้า
คุณเชื่อไหม เมื่อพอเจอรุ่นพี่ รุ่นพี่มองหน้า แล้วเฉยๆ ทักทายปกติ ไม่มองหน้าเขาแล้วหงุดหงิดเหมือนเคย ทุกอย่างดีขึ้นจนเขาต้องโทรมาขอบคุณพี่หมอ และคนที่เคยเพิ่มราศี เสริมราศีโดยพิธีไสยศาสตร์นั้น ที่ต่อเคยเห็นมา บางคนโดนคนอื่นมองแบบยิ้มๆให้  อย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน บางคนทำให้การทำงาน เพื่อนร่วมงานในออฟฟิตดีขึ้น ได้รับความเคารพมากขึ้น เคยมีคนมาเสริมราศีบางคนเป็นผู้หญิง พอทำราศีเสร็จเธอไปเที่ยวต่อที่ ภูเก็ต แล้วไปเจอ ผู้ชายต่างชาติ เป็นทหารหรือตำรวจนี่เหละ มาจีบและเลี้ยงดูเธอ ทำให้ชีวิตเปลี่ยนไปเลย ซึ่งหน้าตาเธอออกจะธรรมดามาก

พูดถึงเรื่องราศีกับความรักแล้ว เป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกันอย่างแรง(มาก)ครับ ผมจะเล่าให้ฟัง

สาเหตุที่ผู้ชายมาจีบผู้หญิง เพราะผู้หญิงเป็นคนดี เรียบร้อย ใช่ไหมครับ?  นี้ใช่เป็นสาเหตุที่ผู้ชายทุ่มเทให้กับผู้หญิงคนหนึ่ง  เพราะผู้หญิงเป็นคนดีคนเรียบร้อย รึป่าว?  คำตอบคือ “ใช่” แต่น้อยกว่า ผู้หญิง “สวย” หรือ “น่ารัก” “เซ็กซี่” มากจริงไหม? คุณยอมรับความจริงข้อนี้?

          อย่างนั้นถ้าคุณสวย ก็จะโดนผู้ชายมาจีบบ่อยๆ มาทุ่มเทให้คุณมากๆนะสิ? คำตอบคือ “ใช่” และถามอีกว่า ถ้าคุณสวยคุณจะมีความรักที่ดี  ที่ยั่งยืน นะสิ คำตอบคือ “ไม่”   ตลอดชีวิตการดูดวงของผม คนสวยอกหักมากพอๆ กับผู้หญิงหน้าตาธรรมดา โดนหลอกฟันบ้าง ผู้ชายสนใจ ใส่ใจแค่ช่วงแรกๆ บ้าง ฯลฯ ดวงความรักของคนนั้น รูปร่างหน้าตา มันจะทำให้คุณได้เปรียบไปสักพักนึง และเป็นดาบสองคมเพราะทำให้คนเข้ามาหวังเพียงร่างกายแล้วจากไปด้วยข้ออ้างต่างๆ

         คุณเคยได้ยินคำว่า “เมตตามหานิยม” บ่อยๆ ใช่ไหม ผมจะพูดให้ชัดเจนให้ท่านฟังนิดนึงว่า “เมตตามหานิยม” เป็นผลมาจาก ราศีที่ดี ซึ่งราศีที่ดีมีอยู่ตามธรรมชาติของคนบ้างแล้ว ซึ่งบางคนอาจราศีไม่ดีเลยก็มี หรือบางคนสวยแต่ราศีไม่ดี บางคนหล่อแต่ไม่มีราศีก็เยอะ

บางคนไม่ได้จัดอยู่ในคำว่าสวย ว่าหล่อแต่ ทำไมหน้าตา น่ามองจัง มองแล้วมองอีก มองยังไงก็ไม่เบื่อ ทำไมเขามีเสน่ห์ขนาดนั้น เพราะนั่นเป็นราศีที่ดีตามธรรมชาติของเขา ส่วนไสยศาสตร์การเสริมราศีนั้น จะทำให้คนที่ราศีไม่ดี หรือราศีดีพอใช้ได้  เป็นคนที่มีเสน่ห์มากขึ้น(โดยผ่านของขลังหรือพิธีทางไสยศาสตร์) ทำให้คนรอบข้างมองดูว่าเรามีเสน่ห์ เกิดความปรารถนาดีกับเรา อยากให้สิ่งดีๆกับเรา ไม่คิดร้ายกับเรา หรือมองหน้าเราแล้ว เก็บเอาไปฝัน ภาพติดตา ตื่นขึ้นมายังนึกถึง หลงเสน่ห์หัวปักหัวปำ ไปจนถึงอยู่ไม่ติดเมื่อไม่ได้เจอ ใครพูดถึงเราในทางไม่ดี เขาจะด่าแทนให้ ฯลฯ

            ถ้าผู้ชายทั่วไปมองผู้หญิงโดยปกติอาจจะคิดหวังร่างกาย แต่เมื่อหญิงผู้นี้ได้เสริมราศีโดยพิธีไสยศาสตร์ทำให้เกิดเมตตามหานิยมแล้วนั้น เมื่อผู้ชายหรือคนทั่วไปมองมาจะเกิดเมตตา อยากจะช่วยเหลือ ให้สิ่งดีๆ ต่อผู้หญิงคนนี้แทนที่จะหวังฉาบฉวยร่างกาย ( จริงๆ แล้ว การทำราศีให้เกิดเมตตามหานิยมมีหลายแขนง ซึ่งต่อจะไม่ลงรายระเอียดนะครับ) ไสยศาสตร์การเสริมราศี จะมีผลกับชีวิตคนหลายๆ รูปแบบ ความรัก การงานด้วย มันจะสร้างความได้เปรียบให้กับเรา ในพิธีไสยศาสตร์การทำเสน่ห์ ดึงจิตนั้น  ก็ยังมีการทำราศีเพื่อให้มีเสน่ห์กับเพศตรงข้าม มีผลกับสามี คนรัก แฟน ซึ่งหน้าตาเป็นองค์ประกอบของความรัก(หน้าตาที่มีเสน่ห์) มากกว่าปัจจัยอื่น เพราะคนเรายังดำรงอยู่ควบคู่กับกิเลส ไสยศาสตร์นั้นลึกซึ้งกว่าคติที่ว่า “คนจะงาม งามที่ใจใช่ใบหน้า” ไสยศาสตร์เป็นเรื่องของจิตที่ลึกซึ้ง เข้าถึงความต้องการของคนในระดับจิต

          เอาหละ มาคุยกันอีกมุหนึ่งของไสยศาสตร์การเสริมราศีนะครับ มันจะลึกซึ้งกว่าการเสริมสง่าราศีให้ใบหน้าและตัวคุณมีเสน่ห์ แต่หัวข้อนี้ยาวมากแล้ว ผมจะขึ้นหัวข้อใหม่  ด้านบนเลยครับ เรื่อง “ราศีกับเจ้าที่”

                                                                                  ต่อ พุฒาเวทย์

"ยามทับทิม"

คนโบราณเขาเรียกว่า “ยามทับทิม”

            ในทางไสยศาสตร์การทำนายฤกษ์ยามต่างๆ ให้กับคนนั้น พี่หมอมันจะหลีกเลียงช่วงวันอ่อน วันเปื่อย วันเน่า เช่นข้างแรมช่วงวันพุธ ของบางเดือน จะเป็นยามที่อันตรายมาก และที่อันตรายไปกว่านั้น พี่หมอเรียกว่า ยามทับทิม เคยมีเพื่อนพี่หมอ ที่เป็นตำรวจเหมือนกัน เขามาดูฤกษ์ยามในการซื้อปืนกับหมอ แต่เอาเข้าจริง ด้วยความรีบ และคิดว่าตัวเขามีเงิน รวยอยู่แล้วไม่กลัวอะไรแล้ว จึงไปซื้อปืนก่อนยามที่กำหนด  แล้วสุดแสนจะบังเอิญ จริงๆ วันนั้นเป็นยามทับทิม พอดิบพอดี ผลสุดท้ายหลายเดือนต่อมา เขาไปเข้าห้องน้ำ ทอดกางเกง เสร็จปืนลั่นใส่กระดูกต้นขา ต้องตัดขาทิ้ง

            ไม่ว่าคุณจะทำอะไร ฤกษ์ยามเป็นสิ่งสำคัญมาก แต่งงาน งานบวช-สึก ล้วนแล้วแต่ต้องดูฤกษ์ยามดีๆ เพราะผลสุดท้ายที่ตามมามันจะเกิดสิ่งไม่ดีขึ้นจริงๆ แต่งงานไปไม่เลิกก็วุ่นวาย บวช-สึกออกมาดวงจะแปลกๆ ยามทับทิมทำให้เวลาแก้ไขนั้นยากลำบากมาก ต้องสะเดาะเคราะห์กันพิธีใหญ่ ใครไม่สัมผัสไม่มีทางรู้


                                                                                ต่อ พุฒาเวทย์